Profil von พรทิพย์~.''. H@ruZ@mE .".~FotosBlogListen Extras Hilfe

Blog


    03 November

    แค่อยากจะเล่า

             วันศุกร์ที่ผ่านมา อ๊อชวนไปกินบุฟเฟ่ห์เค้กที่ Novotel เนื่องจากเลิกเร็วมากมาย
    ก่อนไปก็โซ๊ยก๋วยเตี๋ยวไปก่อนชามนึง  แล้วก็นั่งรถลิ้งไปสุขุมวิท 33 นั่งกินเค้ก  อยากจะ
    บอกว่าเป็นอะไรที่ไม่คุ้มเลย สำหรับการกินวันนี้ เพราะกินเค้กไปได้ประมาน 3 ชิ้นครึ่งเอง
    แล้วก็กินไอวุ้นๆไป 2 -3 ถ้วย เป็นการกินที่ไม่คุ้มสุดๆเลย เสียไป 200 บาท เหอๆ

              จากนั้นก็ไปสยาม เนื่องจากโทรชวนลีน่าให้มาเจอกัน  ที่ BTS พร้อมพงษ์ ทั้งๆที่
    น่า มันนั่งไปลงสยามได้เลย ดันต้องวกมาที่พร้อมพงษ์ เท่านั้น ยังไม่พอ ลีน่าชวนดูหนัง แล้ว
    ยังเป็นอาเสี่ย เลี้ยงเราหนังอีก  สรุปแล้ว เรานี่เป็นเพื่อนที่แสนดีเหลือเกิน ดีจนไม่มีใครจะ
    เอามาเทียบได้อีกแล้ว 555+ 

               แต่หนังเราจองไว้รอบ 6 โมงเย็น เลยไม่มีอะไรทำ   โทรชวนชาวบ้านมานัดเจอกัน
    วันนี้ก็เลยเป็นวันที่ใช้ตังค์กับโทรศัพท์ไปเยอะ สรุปแล้วคนที่ว่างมีคนเดียวฟิวส์นั่นเอง เจอกัน
    เฉยๆไม่พอ  ฟิวส์เป็นป๋า เลี้ยง Fuji เราอีก ทั้งๆที่อิ่มโคตรอะ  แต่ฟิวก็ยังจะเลี้ยง ทำเอาเรากิน
    ได้นิดเดียว ลยโทรไปลากบีที่ไม่ว่างให้ว่าง แล้วมานั่งกินกัน อยากจะบอกว่า  ฟิวทำเอาเรารู้สึก
    ผิดเลย   คือโทรไปแค่อยากเจออะ แล้วก็งานที่ช่วยทำก็แค่อยากทำ  ไม่ได้คิดว่า ที่เราทำไป
    เพื่อให้แกเลี้ยงตอบแทนนะ 

             หลังจากนั้นก็ไปดูหนัง เรื่อง โปรแกรมหน้าฯ เรื่องนี้โอเคเลยอะ น่ากลัวอยู่  แต่ชัตเตอร์
    น่ากลัวกว่า    แต่ถ้าเทียบเสียงกรี๊ด  เรื่องนี้ไม่หวายแล้ว กรี๊ดแตกกระจายไปเลย ผีมันจะออกมา
    จังหวะที่เราไม่คาดคิด ทำเอาตกจายหมดเลย  พอเรื่องนี้จบ ก็ยังงมาไมมันจบเร็ว ก็เลยได้คำตอบ
    ที่ว่า เพราะเข้ามานั่งดูช้านี่เอง ความผิดทั้งหมดนี่โทษไปที่บีเลย มาช้าทำเอาเราดูหนังไม่เต็มอิ่ม

              สรุปแล้ว วันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นวันที่ดีจริงๆ ทุกเรื่องโอเคเลย ยกเว้นการกินบุฟเฟ่ห์เค้กนั่น
    เอง  แล้วก็ได้ขอสรุปที่เป็นประเด็นหลักได้ว่า   การอยู่กับเพื่อนๆ มันเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกดีจริงๆ
    เลยนะ แม้ว่า จะผ่านไปสักกี่ปี แต่พวกแกก็ยังเหมือนเดิม  ไม่มีใครเหมือนพวกแก แล้วพวกแกก็
    ไม่เหมือนใคร  จากวันนั้น มาถึงนะวันนี้ เราดีใจที่ได้พบเจอเพื่อนอย่างพวกแกที่สุดเลย และ
    ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งคำว่ามิตรภาพของพวกเราให้มันลืมเลือนและจางหายไป  [เป็นการพูดจบที่สวย
    หรูจิงๆ 555+]

    แค่อยากจะเล่า

             วันศุกร์ที่ผ่านมา อ๊อชวนไปกินบุฟเฟ่ห์เค้กที่ Novotel เนื่องจากเลิกเร็วมากมาย
    ก่อนไปก็โซ๊ยก๋วยเตี๋ยวไปก่อนชามนึง  แล้วก็นั่งรถลิ้งไปสุขุมวิท 33 นั่งกินเค้ก  อยากจะ
    บอกว่าเป็นอะไรที่ไม่คุ้มเลย สำหรับการกินวันนี้ เพราะกินเค้กไปได้ประมาน 3 ชิ้นครึ่งเอง
    แล้วก็กินไอวุ้นๆไป 2 -3 ถ้วย เป็นการกินที่ไม่คุ้มสุดๆเลย เสียไป 200 บาท เหอๆ

              จากนั้นก็ไปสยาม เนื่องจากโทรชวนลีน่าให้มาเจอกัน  ที่ BTS พร้อมพงษ์ ทั้งๆที่
    น่า มันนั่งไปลงสยามได้เลย ดันต้องวกมาที่พร้อมพงษ์ เท่านั้น ยังไม่พอ ลีน่าชวนดูหนัง แล้ว
    ยังเป็นอาเสี่ย เลี้ยงเราหนังอีก  สรุปแล้ว เรานี่เป็นเพื่อนที่แสนดีเหลือเกิน ดีจนไม่มีใครจะ
    เอามาเทียบได้อีกแล้ว 555+ 

               แต่หนังเราจองไว้รอบ 6 โมงเย็น เลยไม่มีอะไรทำ   โทรชวนชาวบ้านมานัดเจอกัน
    วันนี้ก็เลยเป็นวันที่ใช้ตังค์กับโทรศัพท์ไปเยอะ สรุปแล้วคนที่ว่างมีคนเดียวฟิวส์นั่นเอง เจอกัน
    เฉยๆไม่พอ  ฟิวส์เป็นป๋า เลี้ยง Fuji เราอีก ทั้งๆที่อิ่มโคตรอะ  แต่ฟิวก็ยังจะเลี้ยง ทำเอาเรากิน
    ได้นิดเดียว ลยโทรไปลากบีที่ไม่ว่างให้ว่าง แล้วมานั่งกินกัน อยากจะบอกว่า  ฟิวทำเอาเรารู้สึก
    ผิดเลย   คือโทรไปแค่อยากเจออะ แล้วก็งานที่ช่วยทำก็แค่อยากทำ  ไม่ได้คิดว่า ที่เราทำไป
    เพื่อให้แกเลี้ยงตอบแทนนะ 

             หลังจากนั้นก็ไปดูหนัง เรื่อง โปรแกรมหน้าฯ เรื่องนี้โอเคเลยอะ น่ากลัวอยู่  แต่ชัตเตอร์
    น่ากลัวกว่า    แต่ถ้าเทียบเสียงกรี๊ด  เรื่องนี้ไม่หวายแล้ว กรี๊ดแตกกระจายไปเลย ผีมันจะออกมา
    จังหวะที่เราไม่คาดคิด ทำเอาตกจายหมดเลย  พอเรื่องนี้จบ ก็ยังงมาไมมันจบเร็ว ก็เลยได้คำตอบ
    ที่ว่า เพราะเข้ามานั่งดูช้านี่เอง ความผิดทั้งหมดนี่โทษไปที่บีเลย มาช้าทำเอาเราดูหนังไม่เต็มอิ่ม

              สรุปแล้ว วันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นวันที่ดีจริงๆ ทุกเรื่องโอเคเลย ยกเว้นการกินบุฟเฟ่ห์เค้กนั่น
    เอง  แล้วก็ได้ขอสรุปที่เป็นประเด็นหลักได้ว่า   การอยู่กับเพื่อนๆ มันเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกดีจริงๆ
    เลยนะ แม้ว่า จะผ่านไปสักกี่ปี แต่พวกแกก็ยังเหมือนเดิม  ไม่มีใครเหมือนพวกแก แล้วพวกแกก็
    ไม่เหมือนใคร  จากวันนั้น มาถึงนะวันนี้ เราดีใจที่ได้พบเจอเพื่อนอย่างพวกแกที่สุดเลย และ
    ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งคำว่ามิตรภาพของพวกเราให้มันลืมเลือนและจางหายไป  [เป็นการพูดจบที่สวย
    หรูจิงๆ 555+]

    03 Oktober

    เรื่องไม่มีสาระ

     
    วันนี้เป็นวันที่ไม่ควรว่าง แต่เราก็ทำให้ตัวเองว่าง ถามว่าเราเลวไหม  ตอบได้เลย เลวมาก 555+
    อยู่ๆก็เปิดเข้ามาใน space เลยนั่งอ่านที่ตัวเองเคยเขียนหน้าเก่าๆดู  อ่านแล้วขำอะ 
     
    คำสัญญาที่ตัวเองให้ไว้ตอนปีใหม่ 5 ข้อนั้น  ผ่านมาตอนนี้ 9 เดือนกว่าแล้ว  เราทำมันไม่ได้สักข้อ
    เลยหวะ 555  สุดท้ายเรามันเป็นคนไม่รักษาสัญญา กับ ตัวเอง 5555+
     
    ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงสอบปลายภาค  เหลืออีก 2 ตัว แต่พอสอบเสร็จก็ยังไม่ได้ปิดเทอม  คิดๆแล้วเศร้า
    ต้องนั่งทำโปรเจค 3 ตัว ให้เสร็จใน 10 วัน  ชีวิตที่แสนวุ่นวายยยย  อยากปิดเทอมแล้วอ่า
     
    สรุปจบดีกว่า  วันๆนึงตัวเรา จะมีสาระได้กี่นาทีเนี่ย  ความขยันของเราติดลบขั้นรุนแรงเลยหวะ ทำไงดี
    และเทอมนี้ เกรดเรา เป็นเรื่องที่ต้องปลงมันอย่างแน่นอน ทำจายแหละ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
     
    จบดีฟ่า
     
     
    04 Juli

    .....

          กลับมากับความไร้สาระดั่งเช่นเคย  ก้อไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะเป็นคนมีสาระเหมือนชาวบ้านสักทีอะนะ
     
    เรื่องที่1  ช่วงนี้คัตตุนเดินสายทัวร์คอนเสิรต  คอนครั้งนี้ใช้สัญลักษณ์หัวกระโหลกที่เกี่ยวกับโจรสลัดนั่นแหละ
    แต่ไม่ค่อยชอบโลโก้นี้อะ มันไม่ค่อยสวย แล้วตอนนี้ก็มีคนเอารูป แพลมเฟต กะ รูปปาปา มาลงกานให้ได้เชยชม
    เอาหละเข้าเรื่อง ( เหมือนตัวเองกำลังเขียนรายงานไรก็ไม่รุ )   รูปในแพมเฟลตก็โออะ  แต่รูปปาปาไม่หวายแล้ว
    ไม่ใช่ความรู้สึกตื่นเต้นแต่อย่างใดเลย  แต่เป็นความรู้สึกที่ชอคโลกสุดๆแล้นนนน  สุดที่รัก!!!!  ไปทำผมทรงป้า 
    คิดได้ไงอะ  รับม่ายด้ายยยย ได้โปรดกลับมาเป็นคุณเต่าเหมือนเดิมเท้อออออ ถ้ายังไม่เปลี่ยนทรงผม จนถึงทัวร์
    คอนมาปิดที่โตเกียวโดม คาดการณ์ได้เลยว่า งานนี้ข้าพเจ้าทรัพย์ในกระเป๋าคงจะไม่กระเด็นแต่อย่างใด เหอๆๆๆๆ
    ไม่รู้ควรจะดีใจ หรือ เสียจายยย
     
    เรื่องที่ 2 ละครตอนที่ 1 ของ ยามะพีฉายแล้ววว และโหลดมาดูเรียบร้อยแล้ว เปิดมาแบบ มะพีเปลือยท่อนบน หุหุ
    คุ้มสุดๆๆๆ แต่รู้สึกยังไม่ชินกับทรงผมเท่าไหร่อะ  บทเรื่องนี้ของมะพีมาแบบมาดเท่ห์ๆ ครึ่มๆ (  พิมพ์ถูกปาวหวา )
    ในส่วนของเนื้อเรื่องไม่สามารถวิจารณ์ได้  เพราะแปลภาษาญี่ปุ่นม่ายออกเลย  แย่อะ  อยากจะแปลได้ แต่ความรู้
    งูๆปลาๆเหลือเกิน และที่สำคัญพูดกันเร็วมาก เลยไม่สามารถทำไรได้เลย นอกจากดูภาพแล้วเดาเนื้อเรื่องเอาเอง
    แต่คิดว่าถ้าแปลออก เรื่องนี้คงดีและสนุกแหละ 
     
    เรื่องที่ 3 วันนี้ตรงกับวันที่ 4/7/2008 วันชาติสหรัฐ เย้ๆๆๆๆๆ (เย้ทำไม) มั่วไปเรื่อย  ไม่มีไรหรอก วันนี้ วันเกิดของ
    ท่าน HBD ด้วยอะค่ะ ไม่มีคำอวยพรอะ เขาหล่อของเขาอยู่แล้ว และคงรวยอยู่แล้ว แฟนเขาก็สวยอยู่แล้ว (แอบช้ำ)
    เพราะฉะนั้น จบดีกว่า
     
                                                                 จบ
                                                (สั้นๆ ห้วนๆ และไม่มีสาระใดๆ)
    17 Juni

     

              二ぐらいだけ、だいがくを 開いて あります。どして あたしは 
    すごく ストレス。自分で 質問しでも、答えを 知らない。

     

              今日は 日本語の試験が あったが、受けない。ダタベスの試験も 
    あったから。すごく さんねん。選べられないことは すごく よくない。

     

      コンムニカチョン コンピューターは 先生の教えることが よくない。
    あたし 聞くように しても、わからない。それに、研究が あった。

      一グルプに 3人が ある、先生で えらべた。それは すごく 悪い。

    あたしのグルプは よくない。すごく つまらなくて、楽しくない。

    しゅくだいを するとき、すっと よくない。あたし、しない。みんなも 
    しない。でも あたし
     ちしきを しらべるから、まだ して いない。
    みんな
     寸歩するから、まだ して いない。 。。。せめたくても、
    せめない。それは すごく 悪い。
    *~*

     

      ジャヴァ ポガムミグは 先生の教えることが よくない。1年まえ、
    この先生は ピシポル ァンケットを 教えた。教えることも よくない。

     

      コンピューター  アキテッシーは 先生の教えることが いい。でも、
    早く 話す。あたし わからなかった。
    *~*

     

                ダターベトルは 先生の教えることが いい。毎週 試験が ある。
    あたし しられないし、すごく ストレスだし、。。。 
    *~*

     

      今 何事が よくなくても、かんばる。だれか 嫌いでも、忘れるように 
    する。こ
    の日記は 正しい? 知らない。でも あたし わかるだけ、十分。

    26 Mai

    きょう

              วันนี้เป็นอะไรที่มีเรื่องน่าตกใจอยู่ 2 เรื่อง
     
              เรื่องแรก  ตอนจะกลับบ้าน พี่ที่เดินออกมาด้วยกันเกือบโดนรถสอยไปกินซะแล้ว  โคตร ตกใจเลย ห่างเพียง 2
    มิลลิเมตรจริงๆ  เห็นเต็ม 2 ตาเลย  ชอคหวะ!!!!!!! คนอื่นคงจะไม่เอ๊ะอะโวยวาย  แต่เราร้องซะเหมือนถูกชนเองเลย จน
    เพื่อนที่เดินมาด้วยอีกคนถาม แกเป็นไรปาววะ ไม่ได้เป็นไรเลย เหอๆๆ แค่ตกจาย  แบบคนมันเคยมีประสบการณ์ฝั่งใจอะ 
    ไม่ให้ร้องโวยวายขึ้นมาได้ไงหวะ
     
             เรื่องที่ 2  อยู่ๆกระจกตู้ปลาที่บ้านแตก คือ มีอากงนั่งอยู่คนเดียว แล้วยังไม่มีใครไปแตะอะไรมันเลย อยู่ๆมันแตก
    เองเฉยเลยอะ  แบบกระจกกระจายเต็มพื้นเลย  โชคดีสุดๆๆๆ อากงไม่เป็นอะไรเลย สักนิด  แต่กลับเป็นโชคไม่ดีของเรา
    ต้องมานั่งวิดน้ำออกจากบ้านนี้ซะ  ทำเอาเมื่อยหลังเลยอะ  แล้วอีกอย่างเสียดายตู้ปลา ซื้อมาแพงนะเนี่ย!!!!
     
                  +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
     
            ตอนนี้ติด AF5 อะ ติดทั้งบ้านเลย บ้ากันไปทั้งบ้านแหละ  ไม่มีอะไรทำ กลับมาบ้านก็เปิดดู แล้วก็ดูตั้งแต่มันเรียน
    จนมันนอน  แล้วทุกทีวันเสาร์ต้องไปกินข้าวข้างนอก  ตอนนี้ งดออกไป 3 เดือน เหอะๆ
     
                  +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
     
            ตอนนี้อยากจะมีเวลาให้มากกว่าที่เป็นจังเลย  อยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อ  ขอเวลาอีกสักเดือนไม่ได้หรือไง!!!!
    ถ้ามีเวลาอีกเดือนก็จะจบเล่ม   4   แล้วสอบระดับ  3  ได้อย่างสบายๆ   แต่ทำไงได้  ได้แค่โอดครวญเท่านั้นอะ  ToT
    บางสิ่งที่ทำถ้าให้ต้องทำมันซ้ำๆ แต่ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ชอบ  ต่อให้ทำไปอีกสักร้อยครั้ง ก็ไม่มีคำว่า น่าเบื่อเลย 
     
                  +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
     
            19 มิถุนายน  Kurosagi The Movie เข้าโรงแล้วววววว ดีจายๆ แต่ที่ญี่ปุ่นเข้าดูกันไปเป็นชาติแล้ว  จนน่าจะมี
    DVD วางขายได้แล้วซะด้วยซ้ำเลย  แต่ก็เอาเหอะ ดีกว่า ไม่ได้ดู    โปสเตอร์หน้าโรงหนัง เป็นอะไรที่น่าฉกกลับบ้าน
    มากๆ  มะพีอย่างหล่อเลย  ตอนนี้ ภาวนาว่า ขอให้วันที่ 19 อย่าเกิด accident กับตัวเองก็พอ  สาธุ!!!!!!

                  +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
     
                                                                      いじょう
    11 Mai

    Wonder GirlS

      
               เนื่องจากวันก่อนไปนั่งแกล้วแถวสยาม เลยเห็นแผ่นโฆษณาทั่วสยามเลย ว่า Wonder Girls จะมา
    ไอเราตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร  แต่นึกขึ้นได้ว่า  วันเสาร์-อาทิตย์ ต้องออกจากบ้านมาเรียนแถวราชเทวีอยู่
    แล้วนี่หวา แอบโฉบไปดูหน่อยคงจะมิเป็นไร
              >>> วันเสาร์ / 10 MAY 08 <<<
     
             หลังเลิกเรียน ต้องไปทำธุระแถวมาบุญครอง  ตอนแรกก็จะขี้เกียจเดินไปแล้ว ง่วงนอนสุดๆ ตอนเดิน
    ออกจากมาบุญครองอยู่ก็บ้าอะไรไม่รู้     เห็นผู้หญิงคนที่เดินอยู่ข้างหน้า  เลี้ยวขวา    เลยเดินเลี้ยวตามบ้าง
    ( ถ้าผู้หญิงคนนั้นเดินเลี้ยวซ้าย  เราก็จะตัดสินใจขึ้น BTS กลับบ้านทันที ต้องขอบคุณเขาไหมเนี่ย????? )
    ก็เลยเดินไปที่ลานสยามพารากอน คนมโหฬารบานบุรีเหลือเกิน  มองเห็นตัวเท่ามด  จะเดินเบียดขึ้นไปก็นะ
    ขี้เกียจอะ ( กลัวป็นเหมือน ดงบัง เดินเข้าไปที แถบตาย ) เลยตัดสินใจว่า  กลับบ้านดีฟ่าาา  เลยเดินขึ้นไป
    บน BTS อืม....  คนเยอะเหมียนกัน แต่น้อยกว่าด้านล่าง เลยไปยืนดู มองไม่เห็นคนข้างหน้าดันบัง ยืนดูไป
    สักพัก ทั้ง 5 ก็ลงจากเวที เจ๊ๆทั้งหลายที่ยืนบัง ก็เดินออกกันมา ไอเราก็เลยเดินยืนแทน เอาหวะ  รออีกแปบ
    เขาคงมีอังกอร์เรียกมาร้องเพลงปิดท้าย   คงไม่จากไปอย่างไร้เยื่อใย  แล้วก็เป็นอย่างที่คิด  ที่นี้ก็สบายเลย
    ยืนดูอย่างไม่มีใครมาบัง  แต่ก็นะ มันไกล เลยเห็นแค่ เสื้อผ้า รูปร่างอันผอมเพรียวเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าดูอยู่
    ด้านล่างมากมาย เหอะๆ

              >>> วันอาทิตย์ / 11 MAY 08 <<<
                เมื่อวานรู้ว่า Wonder GirlS จะมาที่ สยามเซน ตอน 5 โมงเย็น ก็คิดว่า เลิกเรียนพอดีคงได้เจอ
    แต่แล้ว วันนี้ท่านอาจารย์กลับเลทมา 1 ชม. ออกมา 6 โมงเย็น แล้วฝนดันตกอีก  โอ้ววว!! พระเจ้า แต่ก็นะ
    ด้วยความเป็นคนมิย่อท้อ (เหมือนจะดูดีอะ) เลยเดินฝ่าสายฝน นั่งรถเมล์เพียง 1 ป้าย เพื่อจะไปดู   สุดท้าย
    ไปไม่ทัน เขามีมินิคอนเสิร์ตจบไปแล้ว เลยไปถามคนยืนแถวนั้น เขาบอกว่า พวกเขาไปจัด meet แฟนคลับ
    ที่ red mango กำ!!!! ไม่รู้ว่า ที่สยามเซน มันมีร้านนี้อยู่ตรงไหน เอาหวะ ชั้น 4 มั้ง เดินขึ้นไป สรุปเจอยืน
    เป็นกลุ่มก็เลยลากมือน้องสาวเข้าไปยืนด้านหน้า  รอไม่นานเลย แค่ 45 นาที ( น้อยกว่ารอ มาโกโตะ และ
    จูเนียร์มาก  )แล้วพวกเขาก็เดินออกมา เอาแหละทีนี้  อยู่ด้านหน้า  แฟนคลับหรอ? (ไม่ใช่) รู้จักชื่อหรอ?
    (ไม่รู้ ) ชาวบ้านชาวช่อง เขา แหกปากตะโกนเรียกชื่อ และส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด ส่วนตัวเราทำไงดีหวะ เอาหวะ
    ยืนโบกมือให้เขาแทน  เพราะอย่างน้อยยังดีกว่ายืนเฉยๆ  มันน่าเกียดมาก  เข้าเมืองตาหลิวเอ๊ย ตาหลิ่วต้อง
    หลิ่วตามตาม    แล้วก็มีคนนึงน่ารักมากเลย   ยิ้มแล้วโบกมือให้แฟนๆทุกคนเลย  เห็นแล้วชอบ น่ารัก แล้ว
    พวกเขาก็เดินขึ้นลิฟไป  เสียดายอะ น่าจะพกกล้องไปด้วย แต่เนื่องจาก เมื่อเช้าคิดว่า เรามิได้มีเยื่อใยอะไร
    ต่อกัน ไม่ต้องถ่ายหรอก ตอนนี้เลยเสียดายเลย .........
     
                 สรุปแล้ว 2 วันมานี้แอบคุ้มค่าเล็กน้อย หลังจากห่างหายจากการไปตามดารามานานแสนนาน
    พรุ่งนี้ รู้สึกเขาจะมาแจกลายเซ็นที่ สยามดิส ก็นะ บังเอิญตรงกับตอนเลิกเรียนพอดีอีกเช่นกัน อาจจะโฉบไปดูอีก
    หุหุ  ครั้งแรกสำหรับ การชอบนักร้องเกาหลี และที่สำคัญเป็นผู้หญิงด้วย ขำๆ
    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
                  เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นครอสใหม่แล้ว  และแอบเริ่มจะตาย  ศัพท์เริ่มกองเป็นภูเขา ไหนต้องจำ
    คันจิอีก ไวยากรณ์เริ่มยากขึ้น เหอๆๆๆ  ภาวนาให้ตัวเอง รอดผ่านพ้นไปด้วยดี  แต่ก็รู้สึกว่า ดีที่ได้เรียน 

    ~ 日本語は  むずかしくても  楽しいです~
     
                 แอบขอพูดถึงหน่อย  ดู PV ใหม่ของ KAT-TUN แล้ว  ชอบอะ ทุกคนเท่ห์ดี  ตอนนี้แอบคิดว่า เมื่อไหร่
    จะเป็นเหมือนลีน่าได้อะ  เราอยากจะมีความรู้สึกเห็นหน้าแล้ว เฉยชาได้บ้างอะ  ทำไงดี !!!!! หุหุ
     
                เอาหละ ควรจะจบเพราะยาวเกินควรจะเป็น อีกทั้งพูดถึงเกาหลีทั้งหน้าเลย เหอะๆ
    เป็นสิ่งที่แปลกสุดในชีวิตแล้ว....
    26 April

    .....


                  กลับมาอีกครั้งกับการอัพ space เพราะว่า ช่วงนี้ว่างเหลือเกิน  ครอสเรียนภาษาญี่ปุ่นจบไปแล้ว
    เหลือแต่รอลุ้นคะแนนที่จะออกวันจันทร์นี้ และรอลุ้นว่า ครอสต่อไปจะมีคนเรียนครบ 10 คน ก็จะได้เรียนต่อ
    ภาวนาให้มีคนเรียนเท้อออออ อยากเรียนต่อเนื่องอ่า  ตอนนี้หยุดอยู่เฉยๆแล้วเหมือนตัวเองขาดอะไรไปเลย
     
                 และเนื่องจากวันนี้ว่างอีกเช่นกันก็เลยไปเรียนภาษาอังกิด ซ้ำอีกรอบ แต่นั่งๆเรียนไป เริ่มเบื่อแหะ
    แล้วเหมือนว่าเขาสอนไม่ค่อยดีด้วย เลยกลับบ้านดีฟ่าาา ( รู้สึกประเด็นแรกจะมีน้ำหนักกว่าเยอะ  เหอๆ )
    สรุปแล้ว วันนี้แอบเสียเงินค้ารถไปฟรีๆ
     
                วันนี้เฮียอารมณ์ดี ( หรือเพราะมันไม่มีนัดกะกิ๊ก )  อยู่ๆก็ชวนไปดูหนัง แล้วมีอะจะปฏิเสธ ไปแบบไม่ต้อง
    เสียกะตังค์   ทั้งค่ารถ   ค่าน้ำ   ค่าข้าวเย็น   ค่าตั๋วหนัง   ฟรีตลอดงาน   ไปอยู่แล้น  ก็เลยไปดูเรื่อง   สี่แพร่ง 
    เยี่ยมเลย  โดยเฉพาะตอนสุดท้าย  อยากกรี๊ดตามเรื่องด้วยอะ แต่เกรงใจ เพราะคนเต็มโรง เหอๆๆๆ ออกมายัง
    รู้สึกถึงอาการหลอนตามมาด้วย  แนะนำคนที่มีแฟนไปดูเรื่องนี้กะแฟนดีกว่า  จะได้มีคนซบ ดูกะพี่หรือเพื่อนไม่โอ
    เพราะไม่มีใครให้ซบ หุหุ 
     
                วันก่อนนั่งดูซีรีย์ไป 2 เรื่อง เรื่องแรก Honey and clover ของโทมะคุง  เศร้าวะ เรื่องนี้  แต่พอดีดูแบบ
    ไม่มีซับ  แปลออกบ้างไม่ออกบ้าง  เลยไม่ร้องไห้ 555+ แต่เรื่องนี้ โอนะ  นางเอกน่ารักดี   ส่วนที่ สอง เป็นเรื่อง
    ที่ค้างมานาน เรื่อง 1 pound ที่ เมะเล่น  ตายๆ เมะในรูปแบบ รั่วสุดๆเลย  กลับคืนสู่โหมด เต่าลิซึ่มแล้วเป็นที่เรียบร้อย
    รู้สึกตัวเองอาการหนักของแท้เลยอะ
     
                วันนี้เป็นวันที่แปลก   เพราะว่า เราตัดขาดจากโลกภายนอกมานานแสนนาน  ไม่ได้โทรคุยกับใครเลย
    ( ปกติก็ไม่เคยโทรนิ ) อีกทั้งเราไม่ได้ชาร์ตแบต มือถือเป็นเวลานานพอสมควร   ( หรอ )   แต่วันนี้ ลีน่ากะนุ่น
    โทรมา  มาพูดถึงสายที่ 1 ก่อน ลีน่า  โทรมาเช้ามากเลย  ถ้าวันนี้เราไม่นึกครึมไปเรียนอังกิด คงไม่ได้รับสาย
    แกแน่เลย  แกมีอารายอะปาวอ่าาา    โทรมาแล้วบอกไม่มีอะไร เลยไม่ได้คุยด้วยเลย  โทรมาใหม่ได้นะ  เรา
    จะทำตัวให้ว่าง  คุยกับแกอะ   สายที่ 2 นุ่นโทรมา แต่ไม่ได้รับ  เหอๆๆๆ     รู้สึกผิดเลย  ปกติเห็นกำลังวุ่นวาย
    ไม่คิดว่าจะโทรมา  แถมไม่ได้รับอีก  มีอารายอะปาวหวา  สรุปแล้ว  ตัวเราตัวขาดจากผู้คน หรือว่า โดนตัดขาด
    ซะเองหวะ 5555 
     
                จบแหละ ว่างงาน เบื่อจัง
     
    PS. ไม่มีชื่อหัวเรื่องอีกแหละ ขี้เกียดจะคิด
     
     
                  ---- > เพิ่มเติม < ----
     
                  เพิ่งดู MS สดๆร้อนๆ  พร้อมกับเพลงใหม่ของ KATTUN  มาวิจารณ์ในความเห็นส่วนตัวทีละอันดีฟ่า
     
           1. เพลง    รู้สึกว่า เสียงเมะกับจินไปกันไม่ได้แล้ว  เวลาร้องคู่กัน  เสียงจินต่ำ เสียงเมะสูง  แบบไม่โออะ  
                         เอาเมะไปปนกับจุนโนะน่าจะดีกว่า เพราะเสียงแปล่งๆเหมือนกัน ( ว่า เพราะรักนะเนี่ย ) 
                         ส่วนเพลงโดยรวม ชอบนะ ( มีอันไหนไม่เคยชอบอะ )
           2. เต้น      ชอบ KATTUN แบบนี้นะ ชอบเวลาเต้น
           3. ชุด       ใคร Design ชุดเมะอะ  ส่วนบน โอเช  แต่ส่วนล่าง ..............   เหอๆๆๆ   ดูๆไป  มองแต่ขาเมะ
                         เลยอะ ไม่ได้มองหน้าเลย ส่วน คนอื่นๆ หล่อค่ะ  แอบขำหัวพี่คิอะ หุหุ 
     
           KATTUN เริ่มเดินสายตามรายการต่างๆแล้น  ช่วงเราว่างพอดีเลย อารายจะเหมาะเจาะขนาดน้านนน 
    03 April

    Happy


                เมื่อวานเป็นครั้งที่ 2  ของการไปเข้าสอบทัน 555+ Bunsai!!!!!!     พักนี้ทุกเช้าต้องพึ่ง  รถมอไซต์รับจ้างทุกเช้าเลย
    เนื่องจากตื่นเช้าเกินไป   จนไปแทบไม่ทันทุกวัน  ต้องโทษที่  สสท.  ดันอยู่ไกลจาก  BTS  ไม่งั้น           เราก็ไปถึงพอดีเป๊ะ
    ไม่ต้องเสียตังค์ค่ารถมอไซต์  (ไม่เคยคิดจะโทษตัวเอง)  พอไปเล่าให้คนอื่นๆฟังกัน ก็จะบอกว่า  ทำไมไม่ตื่นให้เร็วกว่านี่หละ
    คือ แบบเราพยายามอย่างสุดๆแล้วอะ แต่มันตื่นไม่ได้จริงๆ อยากจะเป็นคนที่ตื่นง่ายไม่ขี้เซาเหมือนกันแหละ
     
               ตอนนี้ภาษาญี่ปุ่น  ยิ่งเรียนยิ่งเยอะ  ยิ่งงงงวย   มันเยอะมากมายอะ  ตอนสอบช้านนจะรอดไหมเนี่ย  แต่ก็พยายามต่อไป
    การที่เราได้ทำอะไรในสิ่งที่ชอบ มันจะไม่รู้สึกเบื่อหรือเหน็ดเหนื่อยอะไรเลยจริงๆ มีความสุขอะ

               ในที่สุด บุฟเฟ่ห์เค้ก  ที่เราใฝ่ฝันอยากกินนักกินหนา  ตอนนี้เราก็ไปชิมรสมันมาแล้ว  กับ อ๊อ ที่สุขุมวิท ซอย 33 ตอนแรก
    ก็ไม่รู้หรอกว่า   มันอยู่ตรงส่วนไหนของซอย   ไอชื่อก็จำไม่ได้  จำได้แต่  มีอักษร  บอ ใบไม้    ก็เอาหวะ  คง " บูลองเต้ " แหละ
    ( อ๊อบอกว่า  กูหละอยากจะเห็น ชื่อร้าน จริงๆจังเลย )  ไปถามคนแถวนั้นเอา เขาก็เข้าใจนะ บอกเราไปถูกทางอีก  สรุปชื่อร้านก็นะ
     บอใบไม้จิงๆ   แต่มันเป็น Buongiorno  555+   ฮาตัวเองจริงๆ   แล้วเรากะอ๊อ ก็ไปโฉบเค้กมากิน   แต่เรายังไม่ได้กินข้าวกลางวัน
    เลยสั่งอาหารกิน    ตอนแรกอ่านชื่ออาหารในเมนูไม่ออก     เอาหวะสั่งอันนี้แล้วกัน  คือ ที่จริงดูราคาด้วยแหละ    มันไม่น่าจะแพง
    สรุปแล้ว อาหารมื้อนี้ ราคา ............ (  ขอหละไว้ เพื่อไม่เป็นการตอกย้ำตัวเองอีก )   พอกินเสร็จเรียบร้อย   เราก็ตั้งปณิธานไว้ว่า
    ต่อไปยอมเสียตังค์กะเค้กชิ้นละ 70 บาท ดีกว่ามากินบุฟเฟ่ห์ จนจะอาเจียนออกมาแบบนี้  และอีกข้อ คือ งดการกินเค้ก ไป 3 เดือน

             ช่วงนี้   เริ่มออกกำลังกายโดยการไปว่ายน้ำ   เพื่อเป็นการลดหุ่น   จะลดได้ไหมเนี่ย    อยากผอมเหลือเกิน   ต้องดูกันต่อไป
    แต่การไปว่ายน้ำก็ดีนะ เพราะไปกับพี่ เลยมีสปอนเซอร์รายใหญ่ ออกค่าเข้าสระ ค่าแว่นตาดำน้ำ  และมันก็ซื้อน้ำโออิชิให้ทุกวันเลย
    หุหุ มีฟามสุขหวะ

              ปิดเทอมนี้เป็นการเอาเรื่องที่อยากทำมานานในหลายๆเรื่อง    มาทำรวมกัน   ก็รู้สึกดีนะ   เพราะสิ่งที่ตั้งใจไว้  สุดท้ายก็ได้ทำ
    รักปิดเทอมจริงๆเลย    ปิดเทอมนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นปิดเทอมสุดท้ายแล้วหละมั้ง     เพราะปิดเทอมหน้าก็ฝึกงานแล้ว บางทีหลายๆอย่าง
    อาจจะแย่งโอกาสของเราไปเลยก็ได้  เพราะฉะนั้น  เมื่อโอกาสมาถึงก็ควรจะรีบไขว้ขว้าและทำมันเลยจะดีซะกว่า   ข้อคิดเล็กๆน้อยๆ
    สำหรับตัวเอง 

             หัวข้อต่อไปนี้    ที่จริงแล้วไม่ค่อยอยากจะพูดเท่าไหร่   แต่ก็นะมันอยู่ในวันนี้ก็ต้องควรที่จะพูด    เกรดออกแล้นนนนนนนนนนน
    ได้ดีเกินคาดไว้อะ  เพราะเทอมนี้ตัวเราก็ไปแบบชิวๆ  พอออกมาแบบนี้ก็ดีใจนะ  อย่างน้อยตัวเราก็ไม่ได้กดดันตัวเอง แล้วเป็นแบบนี้อีก
    ก็เลยรู้สึกดีใจ  ลาก่อน Signal และ Circuit ที่ร้ากกกกกกยิ่ง Sayonara 555+

    PS1. Happy 100 %
    PS2. อาหาร อิตาลี ครั้งเดียวคงพอ
    PS3. จะพาหม่าม้าไปเลี้ยงอะไรดี คิดมะออก

    31 März

    ,, ^ ^ ,,

     
                   เพิ่งอ่าน one piece ตอนที่ 494 จบไป ฮ่าวะ  คนแต่งมันคิดได้ไงหวะ เข้าใจผูกเรื่องแบบสุดๆเลย
    ข้น้อยขอซุฮกเลยจริงๆ คิดไปได้อะ ยังรู้สึกขำค้างอยู่เลยทีเดียว 5555555+
                  ตั้งแต่ปิดเทอมมามีเรื่องให้ทำมากมาย ต้องตื่นเช้าทุกวัน เพื่อ ออกไปเรียนภาษาญี่ปุ่น
    แล้วก็มีไปเรียนภาษาอังกฤษบ้างเล็กน้อย แต่ก็มีความสุขอะ รู้สึกสนุกที่ได้ทำ  เรียนๆแล้ว
    อยากพูดเป็นเร็วๆจังเลย มีความสุข
                  พักนี้ล้างลากับเมะมากๆเลย เพราะวันๆพอเรียนเสร็จต้องกับมาทวน แล้วก็ทำการบ้าน
    เลยไม่ได้ติดตามอ่านข่าว โหลดไฟล์ หรือทำสิ่งใดๆทั้งสิ้น  รู้สึกตัวเองกลายเป็นคนมีสาระไปแล้ว 555+
     
                 ขอ Happy Birth day ย้อนหลังสำหรับคนเกิดเดือน มีนาหน่อย
                      # 1 March ::::: Happy Birthday  Joo 
                     # 29 March ::::: Happy Birthday Rena
                    # 29 March ::::: Happy Birthday  P'กี้
     
    ไม่มีเรื่องให้อัพแล้ว จบๆๆ
     
    PS1. อยากกินบุฟเฟ่เค้ก แต่ก็อ้วนวะ
    PS2. เข้าโหมดส่งของชิงโชครางวัลอีกแล้ว
    PS3. Happy สุดๆๆๆๆ 
    14 März

    วันที่แสนเหน็ดเหนื่อย

     
          วันนี้เป็นวันแรกที่สามารถตื่น 6 โมงครึ่งได้ด้วยตัวเอง หลังจากไม่ได้ตื่นเวลานี้มาเกือบ 2 ปี
    สิ่งที่คิดว่าวันนี้ที่ต้องทำคือ    ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น   ต่อจากนั้นก็ไปทำโปรเจค    และ กลับบ้าน
    แต่ในความเป็นจริงแล้ว   วันนี้สุดแสนลำบากเหลือเกิน  ชีพจรรองเท้าสุดๆ  ไปนู้นมานี่มากมาย
    เริ่มจาก  นั่งรถเมล์เขียว ต่อเรือ  ต่อ BTS  และเดิน  ไปสุขุมวิทซอย 29  เพื่อเรียนภาษาญี่ปุ่น
    เลิกเรียน  นั่งรถเมล์ขาว  ต่อ  รถเมล์ส้ม  ต่อสองแถว  ต่อกระป๋อง  ไปมหาลัย ( ประชาอุทิศ )
    เพื่อทำโปรเจค  แต่ด้วยความที่ฉลาดแบบสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ( ประชดตัวเอง )   เลยต้องถ่อไป
    เซนทรัลลาดพร้าวด้วย  Taxi  เพื่อ ......   แล้วก็กลับบ้าน  ด้วย รถไฟใต้ดิน ต่อ BTS ต่อเรือ
    และรถมอไซต์ จะโชคดีหน่อยคือ วันนี้ไอคุณพี่ชาย มันเกิดใจดีขับมอไซต์มารับ   สรุปแล้ววันนี้  
    ใช้พาหนะ ทุกชนิด   ขาดอย่างเดียวเครื่องบิน  ไม่รู้ควรจะดีใจหรือชมเชยตัวเองดีไหม   เหอะๆ 
    และสิ่งเดียวที่วันนี้เราได้กลับมาคือ เหนื่อย
     
          ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมากๆ ทั้งกายและใจ ไม่รู้จะพูดไงดีแล้ว ตอนนี้อยากจะตะโกนดังๆ  หรือ
    หาอะไรสักอย่างที่มันซะใจทำเหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว รู้สึกเก็บกด และเครียดเกินไปจนไม่ใช่ตัวเรา
    บนโลกใบนี้ทุกอย่างมันไม่ง่ายเสมอไป   แค่คิดอะไรสั้นๆ   และรีบตัดสินใจ  ก็ผิดพลาดได้แล้ว
    สุดท้ายสิ่งที่ได้เรียนรู้มาก็เพียงแค่คำว่า " เงินซื้อทุกอย่างได้จริงๆ "
     
    ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** **
    ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** **
    ** **        การเดินทางก็เหมือนการเสี่ยงทายในการเลือกเส้นทางเดิน                       **
    ** **        บางคนโชคดีที่เส้นทางนั้นโรยด้วยกลีบกุหลาบ                                     **
    ** **        แต่บางคนบนเส้นทางนั้นก็สุดแสนจะลำบากที่เต็มไปด้วยขวากหนาม             **
    ** **        การเสี่ยงทายสุดท้ายก็ต้องแล้วแต่ดวง                                              **
    ** **        แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ ใจของคุณเข้มแข็งพอหรือเปล่า                         **
    ** **        ที่จะสามารถเดินบนเส้นทางนั้นได้อย่างไม่ย่อท้อ                                   **
    ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** **
    ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** **
     
    มนุษย์ก็มีเพียงเท่านี้แหละ สำหรับการใช้ชีวิตอยู่บนโลกกลมๆใบนี้
    ถ้าทุกอย่างง่ายไปซะทั้งหมด มนุษย์ก็คงจะไม่มีพัฒนาการของตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้
     
     
    จบ
     
    ** PS1.  ให้ทายเราใช้พาหนะทั้งหมดกี่ชนิดวันนี้
    ** PS2.  ฟิวไปอเมริกาแล้ว จะลืมของฝากเราไหมอะ
    ** PS3.  อยากพักผ่อนทั้งกายและจิตใจ
    23 Februar

    no name

     
    >>> HBD Okachan !!!! 22 Feb 2008   
     
    ขอให้หม่าม้าสุขภาพแข็งแรง ถูกหวยทุกๆงวด และขอให้รวยๆๆๆๆๆแบบมหาศาลเลย
     
    >>> HBD Kamechan !!!! 23 Feb 2008
     
    ขอให้เมะมีงานเข้ามาเยอะจนไม่ขาดสาย และภาวนาให้มาเมืองไทยอีกสักครั้งด้วยเถอะ อยากเจออะ
     
    การที่เราให้ความสำคัญ กับ คนที่สำคัญที่สุดในชีวิต  เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุด
    ณ ตอนนี้เรายังอยู่กันพร้อมหน้า และเรายังไม่เคยจากกันไปไกล
    แต่ถ้าวันใดวันนึงเราไม่มีสิ่งๆนั้น แล้วอยากจะมาทำก็คงไม่มีโอกาสได้ทำ 
    บางครั้งเรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรที่จะมองข้ามไป 
                ผ่านมา 2 อาทิตย์แล้วกับการไม่ได้ดูรายการสักรายการของเมะ และ kattun เลย เป็นการตัดตัวเองออกจากโลกของโอตาคุ 555+ ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้หรอก แต่ไม่มีเวลาเลย ทำแต่งานๆการบ้านๆ วุ่นวายไปหมดเลย  แล้วก็หลายอาทิตย์แล้วที่กว่าจะกลับบ้านฟ้าก็มืดไปซะแล้ว ช่วงนี้เหนื่อยจริงๆเลย อยากปิดเทอมแล้นนนนนน
     
               เมื่อวันศุกร์ ต้องขอบคุณความไม่รู้ของตัวเองที่ออกจากบ้าน เพื่อไปเรียนปิงปอง แต่ที่จิงเขายกเลิกไม่เรียน  เลยทำให้อ๊อกะลิ้งต้องออกมาด้วยเลย 555+ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะทำให้โปรเจค circuit เสร็จเรียบร้อยอย่างสวยงาม  ต้องขอบคุณในความโชคดีของพวกเราทั้ง 3 คนด้วย ที่มีแต่คนอุปถัมภ์ค้ำชู ให้โปรเจคเสร็จลุล่วง เฮ้อ ดีจายๆ ปลดเปลืองภาระออกไป 1 อย่าง เพราะฉะนั้น ตอนนี้ lab circuit ก็จะเลยเพียง present และสอบก็จะเสร็จสิ้น   ในขณะที่ตอนนี้โปรเจค signal ไร้ซึ่งหนทางใดๆเลย  ไม่มีความรู้  เป็นสิ่งที่จับต้องใดๆไม่ได้แล้ว จะเสร็จไหมเนี่ย เบื่อการกลับบ้านมืดๆทุกวันแล้วนะ ToT
     
               วันอังคารหน้าสอบภาษาญี่ปุ่น ตอนนี้อ่านไปได้ 10 บทแล้ว เหลืออีก 3 สู้ๆๆๆๆ ใกล้ถึงจุดหมาย  ตอนสอบกะเก็บพวกสอบข้อเขียนให้ได้เต็ม  สอบฟังแอบปลงๆ  แล้วรู้สึกน่าจะมีสอบพูดด้วยอะนะ คงไปมั่วๆกะ เซนเซ 555+ สู้ต่อไปโว้ยยยยยย (หนังสือสอบยังไม่ได้แตะเลยหวะ เศร้า !!!!)
     
    PS1. จบ
    PS2. space เราไหมมันไปโผล่หน้า google เยอะจังฟะ
    PS3. อ้วนขึ้นหลายโล มีแต่คนด่า ไออ้วน
    PS4. โค-ตะ-ระ อยากปิดเทอม   
     
    14 Februar

    Today

     
    ###  ###
    #########
    #######
    ###
    #
     
    Happy Valentineday
     
    เดือนกุมภา นี่เป็นเดือนที่ดีจริงๆเลยนะ ทั้งวันเกิดตัวเอง วันแห่งความรัก วันเกิดหม่าม้า วันเกิดเมะ วันมาฆบูชา วันดีๆจะมารวมอยู่ในเดือนนี้นี่เอง 555+ 
              วันนี้โดดเรียน Circuit หละ เป็นการสารภาพผิดกับตัวเอง  เนื่องจากว่ากลับบ้านดึกมาหลายอาทิตย์แล้ว วันนี้เลยขอพักผ่อนแล้วกัน อีกอย่างขี้เกียจเรียนด้วย อาจารย์ชอบเล่าชีวประวัติตัวเอง 2-3 ชม. แล้วสอนครึ่งชม. คือแบบว่า ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นเด็กรักเรียนอะไรมากมายหรอกนะ  แต่ประวัติเขาอะฟังครั้งแรกก็น่าตื่นเต้นอะนะ แต่นี่ฟังไป 3-4 รอบ เหอๆ สรุปครึ่งเรียนบ่ายก็โดดเป็นที่เรียบร้อย นึกได้ว่า เคยคุยกะลีน่า ถ้าว่างวันไหนไปดูหนังกัน ก็เลยไปดูหนังซะเลย สรุปวันนี้โดดเรียนเพื่อไปดูหนัง แล้วสุดท้ายก็ไม่ต่างจากที่เคยเป็นมา คือ กลับบ้านดึกเหมือนเคย
     
    L Change the world
              สำหรับตัวเรานะ คิดว่าคนเล่นเป็น L อะเยี่ยมเลยเหมาะกับบทนี้มากๆ แล้วท่าทางของแอลก็น่ารักมากๆด้วย แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ไม่โอเคนะ หรือเราคาดหวังมันไปในอีกรูปแบบนึงอะ มันเลยรู้สึกว่าไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เนื้อหาของเรื่องไม่มีความซับซ้อนเลย นึกว่าจะเป็นอะไรที่ต้องใช้หัวคิดแบบสลับซับซ้อนมากกว่านี้ และสุดท้ายพอเฉลยออกมาแล้วจะรู้สึกทึ่งกับความสามารถของแอลอย่างแท้จริง แต่อันนี้แนวเรื่องต่างกันอะ โดยปกติแล้วแอลคือผู้สั่งการ แต่อันนี้เหมือนแอลไม่เหลือใครแล้วเลยต้องลงมือทำเองอะไรประมานนั้นเลยไม่ชอบเลย  อีกอย่างนะเด็กที่เล่นเป็นเนียร์ไม่น่ารักอะ คือในการ์ตูนมันต้องดูแบบว่า คล้ายๆแอลอะ พอเห็นอย่างนี้แล้วไม่โอเลย ดีนะที่บอกว่าเด็กคนนี้เป็นเนียร์ตอนท้ายถ้าบอกก่อนตอนดูคงจะรู้สึกว่า ขัดแย้งมากกว่าเดิมอะ เอาเป็นว่าสรุปโดยรวมก็ดีอะนะ
     
       
               จบจากเรื่องที่มีความสุขมาต่อด้วยเรื่องที่ไม่ค่อยจะสุข  วันนี้ Project Signal สรุปได้ว่า ไม่ผ่าน และต้องเริ่มต้นแนวคิดใหม่ เหนื่อยนะเนี่ยอะไรก็ไม่รู แล้วยิ่งกลับบ้านดึกอีก นอนก็ไม่พอ สมองก็ไม่แล่น อารายก็ไม่รุ เฮ้อ เซงๆๆๆ  แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ต้องมาเรื่มหาทางใหม่ให้กับ Project อะนะ แม้จะมีคำแนะนำจากอาจารย์มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นเลยอะนะ เราว่า เฮ้อ แล้วยังมี Project Circuit อีกด้วย ยังไม่ได้เริ่มทำเลย อาจารย์ก็ไม่รูจะเอาอุปกรณ์มาให้เมื่อไหร่ ว้า!!!!! อารายก็ไม่รุ เยอะแยะมากมาย อยากปิดเทอมแล้วอ่า
     
     
    PS. วันนี้เกือบจะได้กิน KFC แต่เนื่องจากเงินไม่ค่อยมี ก็เลยห้ามตัวเองเอาไว้ T~T  
     
     
     
     
     
    07 Februar

    Chinese New Year

     
    HAPPY Chinese New Year
    ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮัวไช้
    มั่งมีศรีสุข มั่งคั่งร่ำรวย
    โชคลาภมากมี ความสุขมากมาย
    ขอให้สุขภาพแข้งแรงๆกันทุกๆคน

                  เย้ๆ เข้าสู่ตรุษจีนอีกครั้ง จำได้ว่าเมื่อปีก่อนรอบดึกไปดูหนังกับครอบครัว แล้วกลับมาแทบจะไม่ทันไหว้ ไช้เซงเอี่ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ปีนี้ก็เกือบจะเป็นเหมือนปีที่แล้ว แต่หม่าม้าบอกว่า ไว้ไปวันอื่นเถอะ เด๋วจะเป็นเหมือนปีที่แล้ว  เพราะงั้นเมื่อคืนก็เลยไม่มีอะไร รอไหว้เจ้าเสร็จ แล้วก็ไปนอน ช่วงนี้รักการนอนเหลือเกิน เหอๆ

                 ตรุษจีนปีนี้ เป็นปีแรกที่จะไม่ได้แต๊ะเอีย เนื่องจากเพราะลูกพี่ลูกน้องทุกคนดันทำงานทำการกันทุกคนแล้ว ผู้ใหญ่จึงบอกว่า จะไม่ให้แล้ว เศร้าอะ เกิดมาเป็นน้องเกือบท้ายๆ แล้วรู้สึกเสียเปรียบอะ เซงๆ  แต่ปีนี้ก็เป็นอีกปีที่เรา แต๊ะเอียป๊าม้าด้วย รู้สึกมีความสุขอะ รักป๊าม้า

                ตอนนี้ก็ต้องเดินสายไหว้เจ้า  แต่ยังไม่มีเวลาเลยอะ พักนี้กลับบ้านเย็นๆดึกๆทุกวันเลย รู้สึกสุขภาพจะเสียเอา เพราะกวว่าจะถึงบ้าน ก็หิวข้าวจนปวดท้องเลย  แต่ทำไงได้อะ ต้องทำการบ้านนี่ เหอๆ จบแล้วดีกว่า

    PS. ดูรูป shop แล้วทำเอาแย่อะ

    05 Februar

    .......

     
                วันนี้ตอนช่วงเช้ารู้สึกดีมากๆ เหมือนกับว่า เป็นการได้หยุดเรียนจริงๆ  แต่ตอนบ่ายก็ไปมหาลัยเพื่อประชุมงานสังคม พอเสร็จก็รีบปั่น circuit ต่อ  ไม่รูหมูอ้วนมันจะเก็บไปตรวจไหม วุ่นวายวะ เกลียดมันจริงๆ
     
                " มนุษย์ " ตัวเราไม่เคยคิดที่จะเรียกตัวเองว่า เป็นคนดีหรอกนะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ตัวเราจะเป็นคนเลวไปซะทีเดียว เพราะมนุษย์ทุกคนก็ต้องมีทั้งที่ดีและเลวนั่นแหละ มันเพียงแต่ขึ้นอยู่ว่า จะมีส่วนไหนมากกว่ากันก็เท่านั้น   แต่ก็นะ มนุษย์ก็เกิดมามีความคิดและมุมมองกันละคนละด้านอีกนั่นแหละ  จึงทำให้เรื่องบางเรื่องในมุมมองของเราอาจจะดี แต่ในมุมมองของอีกคนนึงอาจจะเลวไปเลยก็ได้  วันนี้เจอกับเรื่องๆนึงมา  แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งจะเกิดหรอกนะ เป็นเรื่องที่เกิดมายาวแบบต่อเนื่องแล้ว  ตัวเราก็เลยคิดว่า  ตัวเรากำลังมองว่า จุดที่เรายืนอยู่อะ ถูกต้องแล้ว และ ถ้าเป็นผู้ใหญ่มองก็จะคิดแบบเดียวกับเราแน่นอน  แต่ในอีกมุมมองของคนอีกกลุ่มนึง เขาอาจจะมองว่า เรามันเป็นคนเลว และเห็นแก่ตัวก็ได้นะ เหอะๆ แต่ยังไงเราก็จะไม่แคร์หรอกนะ  เพราะ ตัวเราก็คือตัวเรา
     
                จบดีกว่า ที่จริงก็มีหลายเรื่องมากมาย แต่ไม่อยากพิมพ์ เพราะไม่รู้จะเล่ายังไงดี  ชีวิตคนเรานี่มันวุ่นวายหวะ เซง
     
    PS. กำลังถูกใครสักคนลืม แต่ก็ยังอยากจะรอว่า ลืมจริงๆอะปาว
     
    02 Februar

    HBD 2 me

     
              สิ่งที่อยากพูดในทุกๆปีของวันที่ 2 กุมภา ก็คือ ขอบคุณป๊ากะม้า ที่ทำให้เราเกิดมาบนโลกใบนี้ ขอบคุณความรักและความเข้าใจที่ป๊ากะม้ามีให้ ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เกิดมาเป็นลูกของป๊ากะม้า ขอบคุณป๊ากะม้าที่ทนกับเด็กดื้อๆคนนี้ และขอบคุณป๊ากะม้าที่ไม่เคยปิดกั้นตัวเราและเส้นทางเดินชีวิตของเรา ถ้าไม่มีป๊ากะม้าก็คงไม่มีตัวเราอย่างทุกวันนี้ ไม่มีตัวเราที่คิดเป็น และไม่มีตัวเราที่รู้จักคุณค่าของสิ่งต่างๆ อยากจะบอกว่า รักป๊ากะม้ามากๆเลย  และอีกคนที่อยากขอบคุณก็คือ ขอบคุณเฮียสุดที่รักมากๆที่ให้ความสำคัญกับเราในทุกๆปี ขอบคุณที่เป็นผู้เตือนสติให้เรารูจักคิด ขอบคุณที่สอนให้เราเลือกทำในสิ่งที่ถูก ขอบคุณที่สัญญาว่า จะพาไปญี่ปุ่นด้วย 555+
     
             เติบโตขึ้นอีกปีแล้ว สำหรับตัวเราที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้ ตัวเราที่เกิดมาเพื่อเรียนรู้คำว่า มนุษย์  ตัวเราที่เกิดมาเพื่อหาคำตอบว่า " มนุษย์เกิดมาทำไม " และตัวเราที่เกิดมาเพื่อตามหาบางสิ่งบางอย่างในชีวิต  ปีนี้เป็นปีที่จะต้องเติบโตให้มากขึ้นไปกว่าเดิม ทั้งตัวตนของเรา และความนึกคิดของเรา   บางสิ่งบางอย่างที่ต้องสลัดทิ้งไป เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองในทุกๆด้าน  ตัวเราที่ต้องก้าวเดินขึ้นไปข้างหน้า เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น  แม้บางทีอาจจะสับสนหรือเหลวไหล แต่ก็อยากจะเตือนตัวเราเองในอนาคตต่อไปว่า ให้เข้มแข็งและเชื่อมั่นต่อเส้นทางเดินของตัวเองต่อไป
     
             วันนี้ก็ขอบคุณมากๆนะ สำหรับคำอวยพรที่ทุกคนมีให้เรา ขอบคุณมากๆที่ยังไม่ลืมเรา และขอบคุณที่ให้ความสำคัญกับเรา ขอบคุณจริงๆ
     
    PS1. สำหรับวันนี้ ขอบคุณน้องรหัสผู้น่ารัก สำหรับไอติม
    PS2. มีความสุขกับตัวเรา
    PS3. รักป๊าม้า
     
    31 Januar

    เรื่องไม่ใช่เรื่อง

     
                     วันก่อนอ่านการ์ตูนเล่มนึง แล้วชอบคำพูดๆหนึ่งอะ " เพราะตัวเราเป็นแต่เพียงผ้าขาวที่บริสุทธิ์มาตลอด ก็เลยต้องมีสักครั้งแหละที่อยากจะทำให้มันเปื้อนสีบ้าง " เป็นคำพูดที่ฟังแล้วรู้สึกว่า ใช่เลยแหละ นั่นแหละ คือ ตัวเรา ณ ตอนนี้  แต่สีที่เราทำให้เปื้อน คือ สีดำ  ทำไมนะหรอ  มันก็มาจากตัวเราที่รักสบายจนเกินไป ตัวเราที่ถ้าไม่สนใจอะไร หรือ ไม่สนใจใครแล้ว สิ่งเหล่านั้นจะอยู่นอกวงจรชีวิตเราไปเลย  ตัวเราที่ถ้าเบื่ออะไรแล้วก็จะไม่แตะเลย หรือถ้าจิตสำนึกไม่อยากทำก็จะไม่ทำ ทั้งๆที่ต้องทำ เหอะๆ ก็เพียงเท่านี้แหละนะที่เป็นตัวเรา
                    ตั้งแต่เปิดเทอม มาจนถึง ณ วันนี้ ตัวเราก็ยังคงเส้นคงวากับตัวเราในรูปแบบเดิมๆ 
                     - ตอนสอบกลางภาค รู้ว่า สอบ แต่ไม่อยากอ่าน จิตใต้สำนึกบอกไม่อยากทำก็เลยไม่ทำ คะแนนกลางภาคก็เลยออกมาแบบนั้นแหละนะ แล้วถามว่าที่พูดมากำลังโทษตัวเองหรอที่ไม่ยอมอ่านหนังสือ ก็ตอบได้ว่า เปล่าเลย เพราะสิ่งที่เกิดก็มาจากสิ่งที่ตัวเองทำ ที่เอามาพูดก็เพื่อตอกย้ำตัวเอง ให้เกิดความสำนึกบ้างก็เท่านั้น 
                     - อาทิตย์ที่แล้ว มีส่งการบ้าน2 อัน ตัวเราก็รู้ว่าต้องทำ แต่ก็เป็นอาการเดิมๆอีกนั่นแหละ ไม่อยากทำก็เลยไม่ทำทั้งสองอัน สุดท้ายก็ลอกคนอื่นส่ง
                     - และสอบย่อยที่ผ่านเข้ามาตั้งแต่เปิดเทอม จนถึง ตอนนี้ ก็เป็นเหมือนกัน ไม่อยากอ่านก็เลยไม่อ่าน
                   สิ่งที่ตอนนี้เรามีความรู้ก็มาจากการนั่งฟังตอนอาจารย์สอนเท่านั้นอะ พอเลิกเรียนปุ๊บทุกอย่างก็จบปั๊บ ต่างจากคนอื่น ในการขวนขวายหาความรู้ หรือ อ่านเพิ่มเติมจากที่ได้เรียนมา สิ่งเหล่านี้ตัวเราไม่เคยมี ก็บอกได้เลยหละว่า ตัวเราไร้ความพยายาม และ ขาดการเอาใจใส่ อะนะ แต่ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนได้อีกนั่นแหละ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราว่า คิดจะเปลี่ยนหรือเปล่า เพียงเท่านั่นแหละ
     
                   พูดพล่ามซะเยอะเลยอะนะ เหอะๆ ก็แค่รู้สึกว่าบางครั้งก็เกลียดตัวเองที่ทำตัวแบบนั้นลงไป บางครั้งก็คิดจะเปลี่ยนตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่มันทำได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้นเอง มันเลยยิ่งทำให้ตัวเรารู้สึกไม่ดีกับตัวเองเข้าไปใหญ่อะนะ เพราะงั้นเรื่องนี้ก็ควรจะจบลงซะที
     
                  
                    วันนี้ ไปทำโครงงานสังคมที่ รร.สตรีนนทบุรี มา พอมองแล้วให้ความรู้สึกคิดถึง รร. จังเลย  คิดถึงตัวเอง ณ ตอนนั้น คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงเวลาที่เคยได้ทำอะไรเฮฮากับเพื่อนๆ ที่พูดนี่ก็ไม่มีไรหรอก แค่อยากจะบอกว่า คิดถึงเพื่อนๆ ห้องสอง ทุกคนเลย เลยทำให้รู้สึกว่า เหงาเหมือนกันนะ ถ้าบางอย่างในชีวิตมันขาดหายไปอะ (เริ่มเพ้อเจ้อแหละ)
     
                   วันนี้คิดแพลนไว้เรียบร้อย ว่ากลับมาจะทำงานของพี่ให้เสร็จ และจะได้ดูละครเมะต่อ พอเสร็จก็ถึงเวลานอนพอดีเลย แต่ไอพี่ชายตัวดีกลับมาโยกย้ายคอมของเราไป แล้วเอาเครื่องของตัวเองมานั่งแทนที่ขวางทางอีก (เป็นเรื่องแรกของช่วงเย็นนี้แหละ ที่หงุดหงิด) เออ ไปกินข้าว นั่งดู TV ก่อนก็ได้ฟะ แต่แล้ววันนี้ไอคุณพี่ชายอีกคนนึงมันอารายก็ไม่รู้ คุยไปคุยมา มาด่าเมะอยู่นั่นแหละ มันจะด่าทำไมฟะ ไม่ใช่เรื่องเลย เลยหงุดหงิดไปอีกละลอก  ก็เลยขึ้นมาเพื่อที่จะทำงานสักทีเพราะมันดึกแล้ว และคิดว่าไอคุณพี่ชายมันจะโยกย้ายคอมของมันออกไปแล้ว แต่เปล่าเลย มันนั่งคุยโทรสับกะสาว แล้วยังมานั่งเล่นเกมส์อีก โอ้ย อารมณ์จี๊ดสุดๆเลย งานตัวเองไม่ทำมาให้กูทำ  พื้นที่ส่วนบุคคลของกูมาแย่งอีก เพื่อนั่งเล่นเกมส์ เจริญสุดๆเลย เป็นพี่ชายที่น่ารักเหลือเกิน อารมณืขึ้นเลย โวยวายๆ พักนี้รู้สึกตัวเองอารมณ์ร้ายวะ  อะไรก็ไม่รูหงุดหงิดชาวบ้านไปซะทุกเรื่องเลย แทบจะไม่อยากคุยกะใครแล้ว เพราะอารมณ์เราขึ้นง่ายเหลือเกิน เฮ้อ เบื่อตัวเอง
     
                    พรุ่งนี้ต้องสอบปิงปองใหม่อีก ทำไมตัวเราโง่กับกีฬาลูกกลมๆซะเกือบทุกอันเลยฟะ ชักเซ็ง ชีวิตวุ่นวายเหลือเกิน และ ก็ควรจบการอัพสักที ........................
     
              PS1. กำลังพยายามอยู่นะ ภาษาญี่ปุ่นอะ เพื่อการสอบ
              PS2. อยากกิน KFC อะ 
              PS3. นับถอยหลังไปอีก 1 วัน   
    28 Januar

    Single LIPS

     
               Single LIPS  ( 2008 -02-06 )

                Song : LIPS ออกแนว rock  ครั้งแรกฟังแล้วไม่ชอบ พอฟังไปเรื่อยๆ เริ่มโอเช
                Program TV 1 : KAT-TUN no senpai oshiete kudasai เป็น mini state   ตายเลย เมะร้องท่อนแรก และต่อด้วย หวากกกก แบบแนว rock เท่านั้นไม่พอ ทำท่าทางได้แบบ กรี๊ดอีก ตายๆๆๆ โปรยเสน่ห์ซะ หัวใจเราอ่อนแอเลย ทำเอาเป็นโรคหัวใจวายได้นะเนี่ย
                Cover : ไม่หวายนะ ปก Single โทนสีแนวคลึ้มๆ เทา ดำ ก็ยังโอเช แต่ว่าตามชื่อ Single " LIPS " คนทำปกแม่งก็นะ LIPS โดยใส่สีขาวที่ปากทั้ง 6 คนเลย LIPS สมชื่อจริงๆ  แต่ว่า ภาพที่ออกมาม่ายหวายแล้ว  ที่รักช้านป่วยเป็นลูคิเมียขั้นสุดท้ายหรือไง ปากขาวซีดเชียว ม่ายหวายๆ พี่อึ้นแบบปากเจ่อไปเลย แย่อะไม่ชอบปกเลย
                NEWS ( zoom in ) : เป็นข่าวเกี่ยวกับ PV แบบว่า เห้ยยย !!!!! เมะช้านนนน ปัดอายชาร์โด เขียนขอบตา แบบ J-Rock  เห้ยๆ ตาฟาดไปมั้ง เพราะเงาของหมวกอะปาว  เลยไปลากน้องมาช่วยดู ตายๆ บ้าไปเลย น้องยืนยัน เจ้ตาไม่ฟาดหรอก ช่ายเลย อ่าาาาาา สยบตายคากระดองเต่าเลยช้านนนน
                NEWS ( MEZAMASHI ) : เป็นข่าวเกี่ยวกับ PV อีกเหมือนกัน มีมากกว่า ของ zoom in ดูเพื่อยืนยันตัวเองอีกครั้ง อันนี้เริ่มคนอื่นบ้างแหละ เยี่ยมเลย หล่อกันทุกคนอะ ดูแล้วแอบกรี๊ดๆๆๆ ม่ายหวายนะ
                PV : ( 2008-01-28 ) PV ออกตามตารางงาน  PV โทนสีแนวขาว เทา ดำ เช่นกัน เท่ห์มากๆ แต่ที่แย่ คือ ตัวเรา ม่ายหวายแล้ว กรี๊ดดดดด ขนาดดูแบบภาพไม่ค่อยชัดใน Youtube เห็นภาพเคลื่อนๆไหวแบบเลือนลาง แต่ชอตที่มันชัด ทำเอาเราตายไปเลย ทำไงดีเนี่ย นับวันเรายิ่งบ้าคลั่งเข้าไปใหญ่เลยอะ  หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว ตายๆๆๆๆ ไม่อยากจะบรรยายความรู้สึกตัวเองมากไปกว่านี้แล้ว โอ้ยๆๆๆ หัวใจถูกทำร้าย ตอนนี้ก็กำลังรอหาไฟล์ใหญ่ๆๆ มาดูแบบเต็มตาอีกครั้ง และ รอดู Making (อยากดูมากๆๆๆๆ)
     
                เหอๆ มาแบบไร้สาระอีกแล้ว ตอนแรกจะอัพเรื่องเกี่ยวกับตัวเองซะหน่อย แต่ว่า เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน ตอนนี้บ้าบอก่อน หุหุ จะอัพข้อมูลเกี่ยวกับ single ไปเรื่อยๆ จนหมดการโปรโมตเลย เป็นการเก็บข้อมูลความบ้าของตัวเอง 5555+
    23 Januar

    วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

     
              หลังจากทีทุกๆสัปดาห์วันอังคารจะไม่มีเรียน ตามปกติตัวเราก็จะเกลือกกลิ้งอยู่ที่บ้านไม่ทำไร นอกจากเล่นคอมกะดูหนัง 
    แต่เมื่อวานเป็นวันแรกในรอบปีเลยทีเดียว ที่เราทำนู้นทำนี่ทั้งวันจนเหนื่อยแล้วก็หลับไปอะ
     
    ตอนเช้า :    ทำบุญตักบาตร  เพราะนับตามจีนแล้วตรงกับวันเกิดพอดี ( นับตามจีนแล้วแกอะ 21 แล้วนะเนี่ย )
    ตอนสาย :   ไปเปลี่ยนนามสกุล เพราะเปลี่ยนกันทั้งตระกูล เลยต้องเปลี่ยน ที่จริงอยากใช้  คาเมนาชิ  แต่เจ้าตัวเขาคง
                   ไม่อนุญาตอะ เหอๆ ไปถึงก็ไปถามเจ้าพนักงานต้องทำไรบ้าง พนักงานก็โยนกันไปโยนกันมา คือ โยนกันไปแล้ว
                   ไม่ต้องรอต่อคิวยาวก็จะไม่ว่า   นี่แกเล่นโยนแล้วเราก็ต้องต่อคิวอีก เสียเวลาโคดๆๆๆๆ เซงเหลือเกิน พนักงานรัฐ
                    นี่ทำงานชักช้าเหลือเกิน เรานั่งจ้องหน้าตอนเขาทำงาน  แล้วทำหน้าแบบกูหมดอารมณ์ใส่เขาอะ เพราะกว่าจะพิมพ์
                    กว่าจะเขียนกว่าจะจับเอกสารไรก็ไม่รุ เซงๆๆๆ แต่ที่เซงสุด คือ  บัตรระชาชน  แบบว่า ผมด้านนึงโปร่งด้านนึงแฟบ
                    แล้วเจ๊คนถ่ายแกก็ไม่บอกหน่อยเลย สักนิดก็ยังดี ถ่ายโฉะเข้ามา เหอะๆ แบบว่าบัตรใบเดียวใช้ 6 ปีนะค่ะ  ถ้าใช้แค่
                    ปีเดียวจะถ่ายยังไงก็ได้อะ คิดๆแล้วเซง เอาไว้มีอารมณ์เมื่อไหร่จะไปทำใหม่ แจ้งหายซะเลย
            
    ตอนบ่าย :  (1) ฟิวส์นัดเลี้ยง เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ออกจากบ้าน เพื่อไปเที่ยวอะ ไปถึงก็เลทกว่าชาวบ้านตามเคย เหอๆ
                   แต่ที่วันนี้พิเศษสุดๆ คือ ฟิวเลี้ยง FUJI โอว สุดยอดอลังการ ไฮโซ แถมกินที่ พารากอนอีก ซึ้งใจฟิวส์จริงๆเลยอะ
                   มีถามด้วยอิ่มปาว สั่งเพิ่มได้นะ เราก็อยากจะบอกว่า เราไม่อิ่มหรอก แต่เราเกรงใจแกมากๆเลย ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
                   สำหรับอาหารมื้อพิเศษนี้ T~T ซาบซึ้งจริงๆ รักแกอะ
                   (2) เดินเล่น เดินตั้งแต่กี่โมงไม่รุ ไปจนถึง 4 เย็น แล้วฟิวส์ก็จากไปเพราะมีเรียนต่อ ก็เลยเหลือ เรา บี แล้วก็จอย เดินไปมา 
                   3 คนก็เลยสรุปว่า จะไปหย่อนขาที่ กาโต้
                   (3) เข้า กาโต้ เสียตังค์เลย  เพราะกินไม่อิ่มมาด้วยแหละ แล้วก็โทรหาลีน่าให้มาเจอ แบบว่า โชคดี น่ากำลังจะกลับบ้าน
                   พอดี แล้วก็นัดกับแพร เพราะความบังเอิญ สรุปเลยมาเจอกันโป๊ะเชะที่ การ์โต้ นั่นเอง ก็นั่งเทาท์กัน เรื่อง จูเนียร์ ตามสภาพ
                   คนอัดอั้น เนื่องจากอยู่ที่มหาลัยไม่มีใครจะให้คุยด้วย เหอๆ เรื่องที่ทุกคนมีความเห็นตรงกัน คือ ปกซิงเกิ้ลคัตตุน ไม่หวายเลย
                   พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปากเจ่อ สุดๆ เหอะๆ
                   (4) เดินเล่น บีกะจอย แยกไปแหละ เดินเล่นกัน 3 คน เดินไปมา ตอนแรกกะจะรอเจอแสง แต่ด้วยความเหนื่อย ก็เลยสรุปกลับบ้าน
                   (5) BTS ไม่ได้ขึ้นตั้งนาน เพราะขาไปนั่งรถเมลล์ แล้วก็แยกกับแพรตรง ศาลาแดง เราคาดการณ์ว่า คงได้เจอกับแพรอีกที น่าจะ
                   ช่วง พัทยามิวสิค อย่างแน่นอนเลย
                   (6) ข้ามเรือ เจอพี่เกด กะ พี่เฟอ พอดิบพอดี พร้อมข่าวสะเทือนใจ พัทยามิวสิค ตอนเดือน 3 ในกำหนดการตอนแรก เขาติดต่อ
                   คัตตุนไว้เรียบร้อยแล้ว แต่พัทยาดันเลื่อน เพราะห้ามมีงานอึกทึกคึกโคม ทั้งๆที่ตอนแรก ลีน่าบอก news มา หรือไม่ก็ hey say
                   มา เราก็ยังไม่มีอาการอะไรเท่าไหร่อะ แต่พอประโยคนั้นประโยคเดียวต อนได้ยินที่พี่เขาพูด ครั้งแรก บอกตามตรง ชอคอะ
                   ชอคอย่างแรง ถ้าไม่รู้ก็จะไม่เปนไร แต่นี่ได้ยินเต็มๆ แบบว่า........... ไร้คำบรรยาย เฮ้อออออออออออออออ เศร้า
                   สรุปแล้วพัทยามิวสิค จะเลื่อนไปเดือน 6 คาดว่า จะ hey say มา แต่ตอนนี้อารมณ์ยังไม่สามารถเปลี่ยนให้ดีใจได้ แม้จะได้เจอ
                   น้องยามะดะคุงก็เถอะ เลวร้ายอะ T . T
    ตอนเย็น :   กลับมาถึงบ้านประมาน 6 โมงเกือบ 7 โมง ก็มานั่งทำงานให้พี่ ตามหน้าที่เช่นเคย
    ตอนดึก  :   (1) ไปกินข้าว ที่หน้าธรรมศาสตร์  มักกะโรนีอร่อยอะ  แต่ไม่อิ่มสำหรับในนึงจาน แต่ต้องอดทน เพราะพักนี้อ้วนมากๆๆ ต้องฟืนตัวเอง
                   ให้กินน้อยลง เหอๆ
                   (2) กลับถึงบ้าน อาบน้ำ นอนเลย เป็นวันที่เหนื่อยสุดๆ พร้อมกับเหตุการณ์สะเทือนใจ สรุป การบ้านไม่ได้ทำเลย 555+
     
              จบสักที พิมพ์ยาวโคดๆ เล่าละเอียดยิบเลย  เหอะๆ
     
              วันนี้เรียน ครึ่งวัน ตอนนี้เลยนั่งว่าง ที่จริงยังไม่ได้แตะการบ้านเลย วันนี้กลับมาถึงก็นั่งดู  รายการที่โหลดแล้วดองเอาไว้  แบบว่ารายการนึง ขำอะ
    เมะน่ารักมากมาย ตายกันไปเลยทีนี้ เหอะๆ บ้าบอ แล้ววันนี้ก็อ่านการ์ตูน Hanakimi รุ่นพี่นัมบะในการ์ตูนกับในเรื่องคล้ายกันมาก แต่ตัวการ์ตูนที่ชอบมาก
    สุดในเรื่อง คือ อาจารย์ห้องพยาบาล หุหุ วาดได้ดูหน้าสวยมั่กมาก อ่านๆแล้วพระเอกเทียบการ์ตูนกับหนัง ยังต่างกันเยอะ เพราะในการ์ตูนพระเอกมันหล่ออะ 
    ส่วนนากาทสึในเรื่องกะในหนังก็คล้ายกัน แต่ในหนังหล่อกว่าในการ์ตูนมากมาย......... เราว่าควรที่จะจบได้หละ เพราะยาวเกินไปจบดีกว่า
     
     PS. spaceเราเอาอีกแล้ว อยู่อันที่ 6 ของ google ถ้าพิมพ์คำว่า " สารคดีเต่า "
           หลังจากคราวที่แล้วถ้าพิมพ์ " วิวัฒนาการเต่า " จะอยู่อันที่ 2  ขำจิงๆ ดันมี
           คนกดเข้ามาดูอีก สนุกดีเหลือเกินเลย
    21 Januar

    กลับมาอีกครั้งกับความไร้สาระ

     

                One Piece : กรี๊ดไม่ไหวแล้ว One Piece ตอนที่ 485  Solokunwa totemo kakoi!!!!!! สุดยอดเลยอะ เท่ห์มากมายเลย ชอบคำพูดที่ว่า " ถ้าแม้แต่ความฝันของกัปตันฉันยังปกป้องไม่ได้แล้ว เรื่องความฝันของตัวเองก็เลิกพูดไปได้เลย " เท่ห์กินใจที่สุด ตายแล้วหลงรักตัวการ์ตูนอีกแล้วสิเนี่ย !!! อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว แต่ต้องรอคอยอีกอาทิตย์นึงแนะ  T~T

                KATTUN 1 : ดูรายการspecial kattun อารายสักอย่างเนี่ยแหละ เรียกชื่อรายการไม่ถูกอะ แล้วก็มีช่วง ร้องเพลง งานนี้ก็เป็นเพลงของ single ใหม่ LIPS แบบบว่า กรี๊ด!!!!!!! เมะแบบสุดๆเลย ไร้คำบรรยายอะ ม่ายไหวแล้ว ทำเอาใจแกว่งไปหลายระลอก ตายๆช้านนนน 

                KATTUN 2 : เห็นหน้าปก single ใหม่ แหละ ไม่ชอบเลยอะ แบบว่า LIPS สมชื่อจริงๆ แต่มันดูแล้วกลายเป็นปากเจ่อๆยังไงไม่รุอะ ยังดีที่เมะปากบางหน่อยก็ไม่เท่าไหร่ แต่พี่อึ้นนี่สิ เหอๆ ปากเจ่อจิงๆเลย (ขออภัยด้วย ไม่ได้ไม่ชอบพี่อึ้นนะ แต่ปกอันนี้ไม่หวายจริงๆอะ )

                1 pound gospel : ในที่สุดก็ได้ดูสักกะทีตอนที่ 1 หลังจากเมื่อกลางอาทิตย์โหลดมาจนสำเร็จ แล้ววันนี้มีคนเอา sofe sub มาลง แต่พอเปิดดู ไอไฟล์หนังที่โหลดมาดันกระตุก เสียงเลยไปก่อนภาพ เซงโคดเลย แต่โชคดีคำบรรยายกับภาพมันไปพร้อมกัน แต่ก็นะดูแล้วไม่ได้ feel อะ  >~<  แล้วก็เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งของเมะแน่ๆเลย ที่เราคาดการณ์ว่า ตัวเราเองจะดูไม่จบ แค่ดูไปตอนเดียวก็อิจฉา ตัวละครทุกคนในเรื่องแล้วอะ แต่ตอนนี้ที่อิจฉามากสุด คือ คุณเจ้าของค่ายมวย เพราะตอนเมะชนะเจ๊แกได้กอดเมะเลยอะ อิจฉาๆ ที่สำคัญเมะใส่แค่บอกเซอร์ตัวเดียวด้วย (เริ่มหื่น) ไม่ไหวชักอาการหนักแล้วเรา  เรื่องนี้น้องยามะดะก็เล่นด้วย น้องน่ารัก แต่ไม่ชอบทรงผมในเรื่องของน้องเลย เพราะดูแล้วน้องหน้ากลมมากๆ  แต่ด้วยความที่เด็กมันน่ารักอะ ทรงผมเลยมิใช่ปัจจัยสำคัญ โฮะโฮะ (เริ่มออกลายคุณป้าแล้วเรา) อีกอาการนึงที่ดูเรื่องนี้ คือ ดูไปแล้วว่าเมะไป " อย่าทำหน้าแบบนี้ได้ไหม เด๋วเรารักมากกว่าเดิมอีก "   555+ เมะน่ารักอะ ดูแล้วชอบนะ  แต่ปัจจัยรอบด้านไม่ส่งเสริมให้เราดูต่อ เลยไม่รู้จะทำไงกะตัวเองดี เหอๆๆๆ

                Diary : อ่านไดอารี่ของ คาซึกิคุงแล้วชอบอะ ทุกๆอย่างของเขา เหมือนสะท้อนบางสิ่งบางอย่างในความคิดเราออกมา เป็น J-rock บุคคลแรกที่เราชื่นชอบและยกย่องจริงๆ คือ ไม่เหมือนกับชอบมาโกโตะอะ มันต่างกันไปในอีกแง่มุม และ อีกรูปแบบเลย Kazukisama ~!!!!!

                UBC: พักนี้ทุกวันเสาร์ต้องดู UBC รายการ X-man ทุกอาทิตย์เลย ฮามากๆ แล้วเมื่อคืนก่อนก็นะ ดูรายการจบก็นั่งดูช่อง 26 กับ 29 ว่าจะมีช่องเพลงของ asia ตอนไหนบ้าง เราก็รอดูตั้งแต่ 5 ทุ่มไปถึงเกือบ ตี 3 เพื่อจะดู PV NEWS เพราะอยากจะรู้ว่าจะมีโผล่มาไหม รออยู่นานอะ กว่าจะโผล่มา ตี 2 นิดๆ  รู้สึกว่า เป็นอะไรที่ยาวนานเหลือเกิน แล้วก็เสียอารมหน่อยๆ เพราะเราเปิดมาดูทีไรมันจะโผล่มาแต่เกาหลี พวกดงบังกะ SJ อะ ดูล้วเซงโคด  พอดูๆไปเป็น ไต้หวัน ดู F4 กะวง S.H.E. แบบว่านะ จากตอนแรกที่เราไม่รู้ว่า ใครเป็นใคร จนตอนนี้เราสามารถเรียกชื่อวงของมันถูก และ สามารถพอที่จะบอกได้แล้วว่า คนไหนในวง ดงบังชื่ออะไร ทั้งๆที่เมื่อก่อนแทบจะไม่รู้จักเลย เหอๆ ไม่รู้ควรจะดีใจกะตัวเองไม๊

                No update : รู้สึกตัวเองเป็นพวกตกข่าวบันเทิงภายในประเทศอะ เด๋วนี้พอชาวบ้านคุยกันเรื่องดารา แล้วพอเราไปถามว่าเขาคือใครหรอ ทุกคนก็จะบอกว่า บอกไปก็ไม่รู้หรอก งืมๆๆๆ ถูกสังคมกีดกัน แต่ว่าเขาบอกมา เราก็ไม่รู้จิงๆอะ เหอๆ แต่ถ้าถามเรื่อง Kattun ดันรู้ เหอะๆ  เลยเริ่มที่จะสังเกตตัวเองได้อีกอย่างแล้วว่า ถ้าอะไรหรือสิ่งไหนที่ตัวเราไม่สนใจแล้วหละก็ มันจะไม่มีความสำคัญในชีวิตเราเลยนั่นเอง ดูเป็นบทสรุปที่ดีสำหรับเรื่องนี้(หรอ)

                Now : แม้จะดูเหมือนตัวเองไร้สาระ แต่ตอนนี้เราแบ่งเวลาทำการเล่นคอมแล้วนะ ไม่ได้เล่นพร่ำเพื่อ มันซะทุกวันอะ เพื่อเป็นการลดระดับความบ้าบอของตัวเองลง แม้มันจะเป็นเรื่องที่ยากซะหน่อย แต่เราก็จะพยายามทำต่อไป แต่รู้สึกตัวเองจะติด TV แทนแล้ววะ เหอะๆ

                PS. อยากไปกินบุฟเฟ่เค้กจังเลย มีใครอยากจะไปกับเราบ้างไหมเนี่ย !!!